การมีเซ็กส์ทุกวัน ส่งผลต่อสุขภาพอย่างไร

การมีเซ็กส์ทุกวัน อาจช่วยเผาผลาญแคลอรี่ ส่งเสริมสุขภาพจิต ผ่อนคลายความเครียด และทำให้ความสัมพันธ์เป็นไปในทางที่ดีขึ้น แม้ว่าการมีเซ็กส์ทุกวันจะมีประโยชน์มากมาย แต่ในขณะเดียวกันก็อาจเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ หากไม่ป้องกันให้ถูกวิธี

ประโยชน์ของการมีเซ็กส์ทุกวัน

การมีเซ็กส์ทุกวัน อาจมีประโยชน์ต่อสุขภาพ ดังนี้

  1. บำรุงสุขภาพหัวใจ ลดความดันโลหิต ความเครียดเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ความดันโลหิตเพิ่มขึ้นสูง ส่งผลต่อสุขภาพหัวใจ การมีเซ็กส์ทุกวันอาจช่วยเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจทำให้เลือดสูบฉีดไปหล่อเลี้ยงอวัยวะทั่วทั้งร่างกายได้ดี ทั้งยังช่วยให้ระบบประสาทผ่อนคลาย และทำให้คลายเครียด
  2. เผาผลาญแคลอรี การมีเซ็กส์อาจทำให้ออกแรงเยอะเสมือนกับการออกกำลังกาย ทำให้ช่วยเผาผลาญไขมัน โดยการมีเซ็กส์ 30 นาที อาจเผาผลาญพลังงานได้มากกว่า 80 กิโลแคลอรี ซึ่งอาจส่งผลดีต่อการควบคุมน้ำหนัก
  3. ช่วยให้นอนหลับง่ายขึ้น การมีเซ็กส์ทุกวันอาจทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนเอนดอร์ฟิน (Endorphin) และฮอร์โมนออกซิโทซิน (Oxytocin) ซึ่งเป็นฮอร์โมนแห่งความสุข ช่วยผ่อนคลายความเครียด ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคซึมเศร้า และทำให้นอนหลับสนิทขึ้น เมื่อร่างกายได้พักผ่อนเต็มที่ก็จะตื่นตัวพร้อมดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน ทั้งยังช่วยให้ภูมิคุ้มกันแข็งแรง ลดความเสี่ยงในการเจ็บป่วยและการติดเชื้อ
  4. บรรเทาอาการปวดประจำเดือน การมีเซ็กส์ขณะมีประจำเดือนอาจช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือนได้ อย่างไรก็ตาม การมีเซ็กส์ตอนเป็นประจำเดือนอาจทำให้รู้สึกไม่สบายตัว เนื่องจากประเดือนอาจเปรอะเปื้อน และทำให้ความสุขทางเพศลดลง หรืออาจทำให้เสี่ยงติดเชื้อได้ง่าย
  5. ช่วยให้อายุยืน การมีเซ็กส์ทุกวันโดยไปให้ถึงจุดสุดยอดอาจทำให้ร่างกายปล่อยฮอร์โมนดีไฮโดรอีพิแอนโดรสเตอโรน (Dehydroepiandrosterone) ที่ช่วยชะลอความชรา ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน ซ่อมแซมเนื้อเยื่อส่วนที่สึกหรอ ทั้งยังช่วยให้ร่างกายแข็งแรง กระฉับกระเฉง และมีความสุข
  6. ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก การมีเซ็กส์ทุกวันอาจทำให้ผู้ชายหลั่งอสุจิเป็นประจำ ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมากซึ่งเป็นโรคที่เกิดจากเซลล์เจริญเติบโตผิดปกติ นอกจากนี้ การช่วยตัวเองจนหลั่งอสุจิออกมาก็สามารถช่วยลดความเสี่ยงได้เช่นเดียวกัน

ความเสี่ยงของ การมีเซ็กส์ทุกวัน

การมีเซ็กส์ทุกวัน โดยไม่คำนึงถึงสุขอนามัย อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดภาวะสุขภาพ ดังต่อไปนี้

โรคหนองใน

มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อแบคทีเรียไนซีเรีย โกโนเรีย (Neisseria Gonorrhoeae) ที่อาจแพร่กระจายผ่านการมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด ทวารหนัก และปาก สัญญาณเตือนของหนองในอาจสังเกตได้จาก

  • แสบขัดเวลาปัสสาวะ
  • ผู้หญิงอาจมีตกขาวปริมาณมาก เลือดออกทางช่องคลอด และปวดท้องอุ้งเชิงกราน
  • อัณฑะของผู้ชายบวม และอาจมีหนองไหลออกจากบริเวณปลายองคชาต

โรคซิฟิลิส

เป็นโรคติดต่อร้ายแรงที่เกิดจากติดเชื้อแบคทีเรียทรีโพนีมา แพลลิดัม (Treponema Pallidum) ผ่านการมีเพศสัมพันธ์ และอาจติดต่อได้จากการสัมผัสกับเชื้อโดยตรง เช่น แผลบนผิวหนัง ใช้สิ่งของร่วมกัน ซิฟิลิสในระยะแรกอาจทำให้มีแผลพุพองรอบทวารหนัก อวัยวะเพศ หรือรอบปาก ผมร่วง ต่อมน้ำเหลืองบวม มีไข้ ซึ่งหากมีอาการดังกล่าวควรเข้าพบคุณหมอทันที เพื่อป้องกันหัวใจและสมองเสียหาย สูญเสียการได้ยินและการมองเห็น

หูดที่อวัยวะเพศ

เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบบ่อย เกิดจากการติดเชื้อไวรัสเอชพีวี (HPV) ส่งผลให้เกิดตุ่มสีขาวบริเวณอวัยวะเพศ ช่องคลอด ถุงอัณฑะ องคชาต ทวารหนัก บางคนอาจมีอาการคัน เลือดออกขณะมีเพศสัมพันธ์

เริมที่อวัยวะเพศ

เกิดจากการติดเชื้อไวรัสเริม HSV-1 และ HSV-2 จากการมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด ทางปาก หรือการสัมผัสผิวหนังของผู้ติดเชื้อ โดยอาการของเริมอาจเกิดขึ้นหลังจากร่างกายได้รับเชื้อประมาณ 2-12 วัน สามารถสังเกตได้จากอาการคันบริเวณที่ติดเชื้อ มีตุ่มขึ้น แผลพุพอง บริเวณอวัยวะเพศ

การติดเชื้อเอชไอวี (HIV)

หลังได้รับเชื้อเอชไอวีประมาณ 14-28 วัน จะเริ่มมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ เช่น ไอ ท้องเสีย น้ำหนักลด มีไข้ เหงื่อออกตอนกลางคืน เจ็บคอ หากปล่อยไว้เป็นเวลานานโดยไม่เข้ารับการตรวจคัดกรองหรือการรักษา อาจทำให้พัฒนาเข้าสู่ระยะเอดส์ หรือที่มักเรียกว่า โรคเอดส์ หรือโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง ที่ทำลายระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้เสี่ยงเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น โรคปอดบวม วัณโรค เยื่อหุ้มสมองอักเสบ โรคทอกโซพลาสโมซิส (Toxoplasmosis) ซึ่งเป็นการติดเชื้อที่อาจส่งผลให้ถึงแก่ชีวิต

การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ

มีสาเหตุมาจากร่างกายได้รับเชื้อแบคทีเรียผ่านการมีเพศสัมพันธ์ หรืออาจผ่านการใช้ห้องน้ำสาธารณะ ทำให้เชื้อแบคทีเรียเข้าสู่ทางเดินปัสสาวะและเพิ่มจำนวนจนนำไปสู่การติดเชื้อ บางคนอาจมีอาการปัสสาวะไม่ออก หรือปัสสาวะได้ในปริมาณที่น้อยกว่าปกติ รู้สึกแสบร้อนอวัยวะเพศขณะปัสสาวะ ปัสสาวะมีกลิ่นหรือมีเลือดปน

ภาวะท้องไม่พร้อม

สำหรับคู่รักที่ยังไม่พร้อมสร้างครอบครัว หากมีเซ็กส์โดยไม่ป้องกันและหลั่งใน อาจส่งผลให้อสุจิเข้าไปผสมกับไข่และกลายเป็นตัวอ่อนฝังตัวที่ผนังมดลูกและนำไปสู่การตั้งครรภ์ หากสังเกตว่าประจำเดือนไม่มาเกิน 2 เดือน มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน อารมณ์แปรปรวน ปัสสาวะบ่อยโดยเฉพาะเวลากลางคืน ควรใช้ชุดทดสอบการตั้งครรภ์หรือเข้ารับการตรวจการตั้งครรภ์จากคุณหมอทันที

เคล็ดลับในการมีเซ็กส์อย่างปลอดภัย

การมีเซ็กส์อย่างปลอดภัย อาจทำได้ดังนี้

  • สวมถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเซ็กส์ เพื่อลดความเสี่ยงในการตั้งครรภ์โดยไม่พร้อม โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และควรเลือกถุงยางที่ทำจากลาเท็กซ์ (Latex) หรือโพลียูรีเทน (Polyurethane) เพื่อป้องกันอาการแพ้น้ำยางจากธรรมชาติ
  • หลีกเลี่ยงการเปลี่ยนคู่นอนบ่อย ๆ หรือควรสอบถามประวัติของคู่นอนว่ามีความเสี่ยงโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์หรือไม่
  • มีเพศสัมพันธ์ในรูปแบบอื่นที่มีความเสี่ยงน้อย เช่น การช่วยตัวเอง ใช้เซ็กส์ทอยเพื่อสำเร็จความใคร่
  • ตรวจคัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เป็นประจำ เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อไปยังผู้อื่น